โรงงานรับผลิตผลิตภัณฑ์ความงาม สุขภาพ และดูแลช่องปากครบวงจร

098-619-2895
กฎระเบียบเครื่องสำอาง

INCI เครื่องสำอางคืออะไร: อ่านรายชื่อส่วนผสมให้ Brief ฉลาก และ PIF ตรงกัน

คู่มือ INCI เครื่องสำอางสำหรับเจ้าของแบรนด์ ตั้งแต่ถอดสูตรจากวัตถุดิบผสม จัด Master Ingredient List ตรวจลำดับ ฉลาก PIF และ Change Control

นักพัฒนาสูตรและผู้เชี่ยวชาญกฎระเบียบกำลังตรวจข้อมูลส่วนผสมเครื่องสำอางกับตัวอย่างสูตรและบรรจุภัณฑ์
DIRECT ANSWER

คำตอบสรุป

INCI คือระบบชื่อมาตรฐานที่ใช้ระบุวัตถุดิบเครื่องสำอางให้ทีมพัฒนาสูตร โรงงาน หน่วยงานกำกับ และผู้บริโภคอ้างถึงสารเดียวกันได้ แต่ชื่อ INCI ไม่ใช่ชื่อการค้า ไม่ใช่สูตรร้อยละ และไม่ได้ยืนยันว่าส่วนนั้นได้รับอนุมัติหรือปลอดภัยโดยอัตโนมัติ เจ้าของแบรนด์ควรสร้าง Master Ingredient List จากองค์ประกอบจริงของวัตถุดิบทุกตัว แล้วควบคุมให้ Product Brief สูตร ข้อมูลจดแจ้ง ฉลาก และ PIF ใช้ชื่อ เวอร์ชัน และตลาดปลายทางเดียวกันก่อนอนุมัติ Artwork หรือผลิตเชิงพาณิชย์

ประเด็นสำคัญ

  • ชื่อการค้าของวัตถุดิบหนึ่งรายการอาจประกอบด้วย INCI หลายชื่อ รวมตัวพา ตัวทำละลาย หรือสารช่วยคงสภาพ
  • การมีชื่อ INCI ไม่ได้หมายถึงได้รับอนุมัติ ปลอดภัย หรือใช้ได้ทุกประเภทผลิตภัณฑ์และทุกประเทศ
  • สร้าง Master Ingredient List จากสูตรร้อยละและเอกสาร Supplier ไม่ควรคัดลอกจากฉลากคู่แข่งหรือ SDS เพียงฉบับเดียว
  • ตรวจลำดับ วิธีแสดงสี กลิ่น สารนาโน และข้อกำหนดเฉพาะตามตลาดปลายทางก่อนปล่อย Artwork
  • สูตรจดแจ้ง ฉลาก PIF และ Batch Formula ต้องอ้างอิงข้อมูลส่วนผสมเวอร์ชันเดียวกัน
  • เมื่อเปลี่ยน Supplier เกรด หรือองค์ประกอบของวัตถุดิบ ต้องผ่าน Change Control แม้ชื่อ INCI หลักดูเหมือนเดิม
01

1. INCI คือชื่อระบุส่วนผสม ไม่ใช่ตรารับรองส่วนผสม

INCI ย่อจาก International Nomenclature Cosmetic Ingredient เป็นระบบชื่อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเพื่อระบุส่วนผสมเครื่องสำอางอย่างเป็นระบบ ประโยชน์สำคัญคือช่วยลดความสับสนจากชื่อการค้า ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อท้องถิ่น และชื่อที่ Supplier แต่ละรายใช้ต่างกัน ทำให้การสื่อสารระหว่างเจ้าของแบรนด์ R&D จัดซื้อ QA/Regulatory โรงงาน และตลาดปลายทางมีฐานอ้างอิงร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม การได้รับชื่อ INCI ไม่ได้แปลว่าวัตถุดิบนั้นได้รับอนุมัติ ปลอดภัย เหมาะกับความเข้มข้นที่ต้องการ หรือใช้ได้ในทุกประเทศ PCPC และฐานข้อมูล CosIng ต่างระบุชัดว่าชื่อมีหน้าที่ระบุตัวตน ส่วนการอนุญาต ข้อจำกัด ความปลอดภัย ความบริสุทธิ์ และเงื่อนไขการใช้ต้องตรวจจากกฎหมาย ภาคผนวก และข้อมูลของตลาดปลายทางแยกต่างหาก

02

2. ชื่อการค้า 1 รายการ อาจแตกเป็น INCI หลายชื่อ

วัตถุดิบที่ซื้อจาก Supplier มักมาในรูป Blend หรือสารละลายสำเร็จ เช่น สารสกัดในน้ำและตัวทำละลาย ระบบสารกันเสียผสม หรือ Active ที่มีตัวพา ชื่อการค้าบนใบเสนอราคาจึงไม่ใช่รายการที่นำไปวางบนฉลากโดยตรง ต้องถอดองค์ประกอบทั้งหมดจากเอกสารที่เหมาะสม เช่น Ingredient Composition, Technical Data Sheet, Specification, Certificate of Analysis และข้อมูล Regulatory ของ Supplier

SDS มีหน้าที่หลักด้านการสื่อสารอันตรายและอาจไม่เปิดองค์ประกอบทุกส่วนในระดับที่ใช้ทำฉลาก จึงไม่ควรใช้ SDS เพียงฉบับเดียวสร้าง Ingredient List หากองค์ประกอบหรือช่วงความเข้มข้นไม่ครบ ให้ทีม R&D หรือ Regulatory ขอคำยืนยันจาก Supplier ก่อนสรุปสูตรจดแจ้งและ Artwork

  • Trade Name: ชื่อสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ใช้ซื้อขาย ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อฉลาก
  • INCI Name: ชื่อมาตรฐานสำหรับระบุส่วนผสมตามระบบที่ตลาดยอมรับ
  • CAS Number: เลขระบุสารทางเคมี ซึ่งไม่เท่ากับชื่อ INCI แบบหนึ่งต่อหนึ่งเสมอ
  • Function: หน้าที่ในสูตร เช่น Humectant, Emollient หรือ Preservative ไม่ใช่หลักฐานอนุญาตใช้
  • Use Level: ปริมาณวัตถุดิบการค้าในสูตร ต้องคำนวณต่อเพื่อหาองค์ประกอบจริงของสูตรสำเร็จ
03

3. สร้าง Master Ingredient List จากสูตรจริงอย่างไร

เริ่มจาก Master Formula ที่ระบุร้อยละวัตถุดิบการค้าทุกตัว แล้วแตกแต่ละรายการเป็นองค์ประกอบ INCI ตามสัดส่วนจาก Supplier จากนั้นคำนวณความเข้มข้นจริงของแต่ละองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์สำเร็จ รวมชื่อซ้ำจากหลายวัตถุดิบ และตรวจยอดรวมให้สมเหตุสมผล ขั้นตอนนี้ควรทำในไฟล์ควบคุมเวอร์ชัน ไม่ใช่รวบรวมด้วยการคัดลอกข้อความระหว่างอีเมล

Master Ingredient List ที่ดีควรมีอย่างน้อย INCI Name, Trade Name ต้นทาง, Supplier, CAS หรือรหัสอ้างอิงเมื่อมี, หน้าที่, ความเข้มข้นในวัตถุดิบ, ความเข้มข้นในสูตรสำเร็จ, ข้อจำกัดหรือคำเตือน, แหล่งเอกสาร, วันที่ตรวจ และเวอร์ชัน สูตรภายในสามารถเก็บตัวเลขร้อยละเป็นความลับตามสิทธิที่ตกลงกันได้ ขณะที่ข้อมูลสำหรับฉลากและหน่วยงานต้องจัดทำตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  • ยืนยันชื่อและองค์ประกอบจากเอกสาร Supplier ล่าสุด
  • แตก Blend, Extract, Solution และ Premix ให้ครบทุกองค์ประกอบ
  • คำนวณร้อยละจริงขององค์ประกอบหลังรวมวัตถุดิบที่มี INCI ซ้ำ
  • ตรวจข้อจำกัดตามประเภทผลิตภัณฑ์ พื้นที่ใช้ และตลาดจำหน่าย
  • สร้างรายการสำหรับฉลากจากสูตรที่อนุมัติ ไม่ใช้สูตรทดลองหรือรายการเก่า
04

4. การเรียง Ingredient List ต้องอ้างอิงตลาดปลายทาง

ASEAN Cosmetic Labeling Requirements กำหนดให้มี Full Ingredient Listing และใช้ nomenclature จากเอกสารอ้างอิงมาตรฐานฉบับล่าสุด ส่วนรายละเอียดการเรียงและรูปแบบเฉพาะต้องตรวจข้อกำหนดของประเทศที่วางขายและคำชี้แจงของหน่วยงานนั้น ไม่ควรนำกติกาจากฉลากต่างประเทศมาใช้โดยอัตโนมัติ

สำหรับตลาดสหภาพยุโรป Regulation (EC) No 1223/2009 Article 19 เป็นตัวอย่างของกติกาที่กำหนดให้รายการส่วนผสมนำด้วยคำว่า ingredients เรียงตามน้ำหนักขณะเติมสำหรับส่วนที่เกิน 1% ขณะที่ส่วนไม่เกิน 1% อาจเรียงลำดับใดก็ได้หลังกลุ่มที่เกิน 1% และมีวิธีเฉพาะสำหรับสี น้ำหอม และ nanomaterials ข้อกำหนดนี้ใช้กับตลาด EU; แบรนด์ที่ขายในไทยหรือ ASEAN ต้องตรวจประกาศและข้อมูลจดแจ้งของตลาดนั้นอีกครั้ง

05

5. จุดที่พบบ่อย: Extract, Parfum, Colorant และ Nano

สารสกัดพืชไม่ควรถูกแปลงเป็นชื่อภาษาอังกฤษตามความเข้าใจเอง เพราะชื่อ INCI อาจระบุสกุล ชนิดพืช ส่วนที่ใช้ และรูปแบบสารสกัด ส่วนกลิ่น สี และสารที่อยู่ในรูป nano อาจมีรูปแบบการแสดงเฉพาะตามตลาด หาก Supplier เปลี่ยน Botanical Source ตัวพา หรือระบบ Preservative แม้ชื่อการค้าคงเดิม รายการส่วนผสมและการประเมินความเสี่ยงอาจเปลี่ยนตาม

คำว่า Fragrance-free, Natural, Organic หรือ Clean ไม่สามารถสรุปจากการดู Ingredient List เพียงอย่างเดียว ต้องนิยามเกณฑ์ ตรวจสูตร เอกสาร Supplier กระบวนการ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อนสื่อสาร ผู้บริโภคเห็นลำดับชื่อบนฉลาก แต่ไม่ได้เห็นหน้าที่ ความเข้มข้น หรือบริบทการทดสอบทั้งหมด จึงไม่ควรใช้ตำแหน่งของชื่อเดียวเป็นข้อสรุปประสิทธิภาพหรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

06

6. อัปเดตสำคัญปี 2026: Glossary สหภาพยุโรปฉบับใหม่เริ่มใช้แล้ว

Commission Implementing Decision (EU) 2025/1175 เผยแพร่ในวารสารทางการวันที่ 10 กรกฎาคม 2025 และเริ่มใช้ตั้งแต่ 30 กรกฎาคม 2026 โดยแทนที่ Decision (EU) 2022/677 สำหรับ Glossary ชื่อส่วนผสมที่ใช้บนฉลากเครื่องสำอางใน EU การปรับครั้งนี้เพิ่มชื่อ INCI ใหม่ แก้ชื่อที่รายงานผิดหรือตกหล่น และนำบางชื่อที่ไม่ใช้แล้วออก

แบรนด์ที่จำหน่ายหรือเตรียมส่งออก EU ควรทำ Gap Review ระหว่าง Master Ingredient List, สูตร, Label Artwork และ PIF กับ Glossary ใหม่ รวมทั้งติดตามตลาดอื่นแยกจากกัน CosIng ช่วยค้นชื่อและข้อมูลได้ แต่คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าเป็นฐานข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลและไม่มีผลทางกฎหมายด้วยตัวเอง การพบชื่อใน CosIng จึงไม่แทนการตรวจ Regulation และ Annexes

07

7. Workflow 9 ขั้นจาก Supplier ถึงฉลากที่อนุมัติ

ตั้งกระบวนการให้ทุกฝ่ายใช้ Source of Truth เดียวกัน โดยกำหนดเจ้าของข้อมูลและจุดอนุมัติในแต่ละช่วง เมื่อข้อมูล Supplier เปลี่ยน ระบบต้องบอกได้ว่าสูตร เอกสารจดแจ้ง PIF ฉลาก สต็อก Artwork และ Batch ใดได้รับผลกระทบ ไม่ควรรอพบความต่างเมื่อสินค้าผลิตเสร็จแล้ว

  • 1) ล็อก Product Brief ประเภทผลิตภัณฑ์ ตลาด และ Claim Intent
  • 2) รวบรวมเอกสารองค์ประกอบและ Regulatory Statement ของวัตถุดิบ
  • 3) ตรวจชื่อ INCI, CAS, Function และข้อจำกัดโดยผู้รับผิดชอบ
  • 4) แตกวัตถุดิบผสมและคำนวณองค์ประกอบจริงในสูตรสำเร็จ
  • 5) สร้าง Master Ingredient List พร้อมเลขเวอร์ชันและแหล่งข้อมูล
  • 6) จัดรายการสำหรับจดแจ้งและฉลากตามกติกาตลาดปลายทาง
  • 7) ตรวจ Cross-document ระหว่างสูตร จดแจ้ง PIF และ Artwork
  • 8) อนุมัติ Proof ก่อนพิมพ์ และผูก Artwork Version กับผลิตภัณฑ์
  • 9) ใช้ Change Control เมื่อเปลี่ยน Supplier สูตร เกรด ชื่อ หรือกฎระเบียบ
08

8. Checklist 14 ข้อก่อนอนุมัติ Ingredient List

เช็กลิสต์นี้ใช้เป็นกรอบประชุมระหว่างเจ้าของแบรนด์ โรงงาน R&D QA/Regulatory และทีมออกแบบ ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย หากสินค้าอยู่ระหว่างเปลี่ยนสูตร เปลี่ยน Supplier หรือส่งออก ควรตรวจข้อกำหนดและฐานข้อมูลฉบับล่าสุดของทุกตลาดก่อนอนุมัติจริง

  • ชื่อบนรายการมาจากสูตรผลิตที่อนุมัติ ไม่ใช่สูตรตัวอย่างใช่หรือไม่
  • วัตถุดิบ Trade Blend ถูกแตกเป็นองค์ประกอบครบหรือไม่
  • มีองค์ประกอบที่ SDS ไม่แสดงแต่ต้องขอจาก Supplier เพิ่มหรือไม่
  • ชื่อ INCI และการสะกดอ้างอิงแหล่งมาตรฐานล่าสุดหรือไม่
  • สูตรรวมองค์ประกอบ INCI ที่ซ้ำจากหลายวัตถุดิบแล้วหรือไม่
  • ลำดับและรูปแบบรายการเป็นไปตามตลาดจำหน่ายหรือไม่
  • Colorant, Parfum/Aroma, Allergen และ Nano ถูกจัดการตามกติกาที่ใช้หรือไม่
  • ข้อจำกัด ความเข้มข้น คำเตือน และประเภทผลิตภัณฑ์ถูกตรวจแล้วหรือไม่
  • รายการบนจดแจ้ง ฉลาก และ PIF ตรงกับสูตรเวอร์ชันเดียวกันหรือไม่
  • Artwork มีพื้นที่ ตัวอักษร และความอ่านง่ายเพียงพอหรือไม่
  • ผู้ตรวจและผู้อนุมัติแต่ละฝ่ายถูกระบุชัดหรือไม่
  • Supplier แจ้งการเปลี่ยนองค์ประกอบ ชื่อ หรือแหล่งผลิตอย่างไร
  • มี Change Control และ Impact Assessment สำหรับสินค้าคงคลังหรือไม่
  • เก็บหลักฐาน แหล่งอ้างอิง วันที่ตรวจ และไฟล์อนุมัติไว้ค้นคืนได้หรือไม่
ANSWER ENGINE READY

คำถามที่พบบ่อย

01มีชื่อ INCI แปลว่าส่วนผสมได้รับอนุมัติแล้วหรือไม่?+

ไม่ใช่ ชื่อ INCI ใช้ระบุตัวตนของส่วนผสม ไม่ได้ยืนยันการอนุมัติ ความปลอดภัย ความบริสุทธิ์ หรือความเหมาะสมของระดับใช้ ต้องตรวจข้อห้าม ข้อจำกัด ประเภทผลิตภัณฑ์ พื้นที่ใช้ และข้อกำหนดตลาดปลายทางเพิ่มเติม

02ใช้ชื่อการค้าหรือชื่อการตลาดแทน INCI บน Ingredient List ได้หรือไม่?+

ไม่ควรใช้แทนกัน ชื่อการค้าใช้ซื้อขายและอาจครอบคลุมหลายองค์ประกอบ ส่วน Ingredient List ต้องใช้ nomenclature ที่ข้อกำหนดตลาดยอมรับ แบรนด์สามารถใช้ชื่อการตลาดในส่วนสื่อสารอื่นได้เมื่อไม่ทำให้เข้าใจผิด แต่ต้องไม่แทนข้อมูลส่วนผสมบังคับ

03ฉลากต้องเปิดเผยร้อยละของส่วนผสมทุกตัวหรือไม่?+

Ingredient List บนฉลากโดยทั่วไปเป็นรายชื่อและลำดับตามกติกาที่ใช้ ไม่ใช่การแสดงร้อยละสูตรทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจดแจ้ง PIF ข้อจำกัดของสาร และคำขอของหน่วยงานอาจต้องใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ เจ้าของแบรนด์ควรกำหนดสิทธิการเข้าถึงสูตรกับโรงงานไว้ชัดเจน

04ใช้ SDS ทำ Ingredient List ได้เลยหรือไม่?+

ไม่ควรพึ่ง SDS เพียงฉบับเดียว เพราะเอกสารมุ่งสื่อสารอันตรายและอาจไม่แสดงองค์ประกอบทั้งหมดในระดับที่ใช้ทำฉลาก ควรใช้ Ingredient Composition, Specification, TDS และเอกสาร Regulatory จาก Supplier ประกอบ พร้อมให้ R&D หรือ Regulatory ตรวจความครบถ้วน

05เปลี่ยน Supplier แต่ INCI เดิม ต้องแก้ฉลากหรือ PIF หรือไม่?+

ต้องผ่าน Change Control ก่อนเสมอ เพราะเกรด ความบริสุทธิ์ ตัวพา ระบบกันเสีย แหล่งพืช สเปก และเอกสารความปลอดภัยอาจต่างกัน แม้ชื่อ INCI หลักเหมือนเดิม จากนั้นจึงตัดสินจาก Impact Assessment ว่าต้องอัปเดตสูตร PIF จดแจ้ง ฉลาก หรือทดสอบซ้ำส่วนใด

อ่านและดำเนินการต่อ

VERIFIED SOURCES

แหล่งข้อมูลทางการ

ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการล่าสุดเมื่อ 9 สิงหาคม 2569 กฎและแนวทางอาจมีการปรับปรุง จึงควรตรวจฉบับที่มีผลใช้ก่อนดำเนินการจริง

  1. Personal Care Products Council — International Nomenclature Cosmetic Ingredientอธิบายความหมาย ประโยชน์ และข้อจำกัดของชื่อ INCI โดยย้ำว่าชื่อไม่เท่ากับการอนุมัติหรือการรับรองความปลอดภัย
  2. ASEAN Cosmetic Labeling Requirements — Full Ingredient Listingกำหนด Full Ingredient Listing และการใช้ nomenclature จากเอกสารอ้างอิงมาตรฐานฉบับล่าสุด รวม International Cosmetic Ingredient Dictionary
  3. ASEAN Cosmetics Association — Cosmetic Product Notificationอธิบายว่าข้อมูลสนับสนุนการจดแจ้งอาจรวม Full Ingredient Listing และร้อยละของสารที่มีข้อจำกัดตามที่หน่วยงานกำหนด
  4. กองควบคุมเครื่องสำอาง อย. — ASEAN Cosmetic Harmonizationหน้ารวมเอกสารทางการของไทย เผยแพร่วันที่ 19 มีนาคม 2566 รวม Guidelines on PIF, Notification, Cosmetic Labeling และ Ingredient Annexes
  5. European Commission — CosIng Cosmetic Ingredient Databaseฐานข้อมูลชื่อและข้อมูลส่วนผสมของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งระบุชัดว่าใช้เพื่อให้ข้อมูลและไม่มีผลทางกฎหมายด้วยตัวเอง
  6. EUR-Lex — Commission Implementing Decision (EU) 2025/1175Glossary ชื่อส่วนผสมฉบับใหม่ เผยแพร่ 10 กรกฎาคม 2025 และเริ่มใช้ 30 กรกฎาคม 2026 โดยแทนที่ Decision (EU) 2022/677
  7. EUR-Lex — Regulation (EC) No 1223/2009, consolidated 1 May 2026Article 19 และ 33 วางกรอบ Ingredient List และ Glossary สำหรับตลาด EU; ใช้เป็นข้อกำหนดตลาด EU ไม่ใช่การแทนกฎหมายไทยหรือ ASEAN
โทรLINEEmailเริ่มแบรนด์